การรบที่เดียนเบียนฟู ตอนที่ 2
posted on 11 May 2007 21:26 by rain in Other
ยุทธการ Castor
การส่งกำลังเข้ายึดครอง เดียนเบียนฟู ตามยุทธการ Castor ได้เริ่มขึ้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2496 (ค.ศ.1953) เพื่อทำการป้องกันลาว และยังเป็นการเพิ่มความกดดันให้กับ ขบวนการเวียดมินห์ ในเรื่องของเส้นทางการส่งกำลังบำรุง นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ เดียนเบียนฟู นั้นจะเป็นป่ารกทึบ และ รายล้อมไปด้วยภูเขา ทำให้ พล.อ. Naverre และฝ่ายเสนาธิการ ต่างมีความเชื่อมั่นว่า จะเป็นเกราะปราการป้องกันอย่างดีจากการใช้ปืนใหญ่ที่ โจมตีของฝ่ายเวียดมินห์
เดียนเบียนฟู เป็นพื้นสำคัญที่ทำการเชื่อมโยงการคมนาคม จากลาวไปยังไทย พม่า และจีน ซึ่งก็เปรียบเสมือนเส้นทางการส่งกำลังบำรุงหลักของเวียดมินห์ อย่างไรก็ตามที่เดียนเบียนฟูมีกำลังของเวียดมินห์ทำการยึดครองในบางพื้นที่ ตั้งแต่ตุลาคม พ.ศ.2495 (ค.ศ.1952) โดย กองทัพประชาชน กองพันที่ 910 ของ กรมที่ 148 กองพลที่ 316

Drop Zone (DZ) ที่ เดียนเบียนฟู ในยุทธการ Castor
ภาพจากหนังสือ Hell in a very Small Place: The siege of Dien Bien Phu
การส่งกำลังลงยังเดียนเบียนฟู ตามยุทธการ Castor กระทำโดยการส่งทางอากาศ (กระโดดร่มลง) ใช้ระยะเวลา 3 วัน สำหรับการส่งกำลังพลเริ่มแรกลง ณ เดียนเบียนฟู มีกำลังพลทั้งสิ้นรวม 9,000 นาย เพื่อทำการสร้างที่มั่นดัดแปลงแข็งแรง แบ่งออกเป็น 8 ส่วนย่อย ๆ และ 2 สนามบิน นอกจากนี้ทางกองกำลังฝรั่งเศส ยังสถาปนาความมั่นคงเพิ่มเติมด้วยการ เพิ่มฐานปืนใหญ่ และกำลังให้มีความสามารถป้องกันตนเอง จากการโจมตีของขบวนการเวียดมินห์ ในแต่ละส่วน ทั้ง 8 ส่วน การสถาปนาความมั่นคงได้ดำเนินการอย่างตลอดเวลา จนในที่สุดมีกำลังพลประการที่ เดียนเบียนฟู จำนวนถึง 13,000 นาย และมีทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และนักการทูต ผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ ทำให้หลายฝ่ายมีความเชื่อมั่นว่า ฐานที่มั่นแห่งนี้คงจะไม่มีใครสามารถทำลายลงได้
เวลา 0845 ทหารพลร่มฝรั่งเศสจำนวน 2 กองพัน และ 1 กองร้อยทหารช่างสนาม หย่อนกำลัง (ร้อย.ช.สนาม (-)) คือ กองพันที่ 6Colonial Parachutists (Colonial parachutists 6th battalion: 6th BPC) มี พ.ต.Marcel Bigeard เป็นผู้บังคับกองพัน กองพันที่ 2 จาก กรมทหารพลร่มเบาที่ 1 (2nd battalion of the lst Regiment of Light Riflemen parachutists:พร.เบา 1 พัน.2) มี พ.ต.Jean Brechignac เป็นผู้บังคับกองพัน รวมพลพร้อมยัง สนามบินที่ฮานอย บน Dakota จำนวน 65 เครื่อง หลังจากนั้นประมาณ 2 ชม.กำลังพลชุดแรกก็ถูกปล่อยลง ยังเดียนเบียนฟู
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง กำลังพลชุดที่ 2 ก็ถูกส่งลงยังเดียนเบียนฟู ด้วยเครื่อง Dakota จำนวน 41 เครื่อง ซึ่งประกอบกำลังไปด้วย
- กองพันที่ 1Colonial Parachutists (Colonial parachutists 1st battalion: 1st BPC) จำนวน 750 นาย
- ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง (ปรส.) ขนาด 75 มม. จาก กรมทหารปืนใหญ่สนามส่งทางอากาศที่ 35 (35th Airborne Artillery Rigiment: 35 RALP) จำนวน 2 กองร้อย
- กองร้อยเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 120 มม. (ร้อย ค.หนัก) จำนวน 1 กองรอ้ย
- เสนารักษ์สนาม 1 ชุด
- กองพันที่ 1 Foreign Legion Parachute (1st Foreign Legion Parachute: 1st BEP) จำนวน 675 นาย
- กองพันที่ 8 Parachute Assult (8th Parachute Assult: 8th BPC) จำนวน 700 นาย
- กองบังคับการ และบางส่วนของทหารช่าง จำนวน 25 นาย
การกระโดดร่มในระลอกนี้ มีนายทหารอาวุโสจำนวน 2 นายร่วมกระโดดด้วย คือ พล.จ.Gilles ผบ.กองกำลังส่งทางอากาศ ผู้จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยฝรั่งเศส (Saint-Cyr) ได้กระโดดลงพร้อมกับกำลังพล ถึงแม้เขาจะมีอายุถึง 49 ปี และเป็นโรคหัวใจ แต่ก็ได้แสดงออกถึงความเป็นผู้นำเป็นอย่างดี นอกจากนี้ พ.ท.Pierre Charles Langlais ผู้มีอายุ 44 ปี แต่เขาก็บาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณข้อเท้าจากการลงพื้น
#1 By panda128 .::[รองประธานชมรมเชียร์]::. on 2007-05-11 21:32