นานๆจะอัพสาระซักที
posted on 21 Nov 2006 00:44 by rainต่อไปนี้เป็นคำตอบสำหรับทุกคนที่เคยมาถามกับผมว่า
ทำยังไงถึงจะได้เป็นทหารหญิง?
ทหารหญิง
เกิดมาเป็นชาย ต้องรับใช้ชาติ คำพูดที่ถูกฝังหัวมาแต่เล็ก พวกบรรดาเด็กผู้ชายเองก็มักจะวาดฝันว่า โตขึ้นจะเป็นทหาร ทำให้ในวัยเด็กเชื่อสนิทเลยว่า การเป็นทหารเป็นหน้าที่ของผู้ชาย ไม่เกี่ยวกับผู้หญิง ความคิดแบบนี้ยิ่งถูกตอกย้ำด้วยกติกาทางสังคมเข้าไปใหญ่ เนื่องด้วยผู้ชายต้องมีการเกณฑ์ทหาร แต่ไม่มีการเกณฑ์ทหารหญิง อีกส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะสังคมไทยสมัยก่อนหล่อหลอมให้คนรุ่นหลังเห็นด้วยว่า ผู้ชายต้องฝึกทหาร พร้อมออกรบกับศัตรูเพื่อป้องกันประเทศ ส่วนผู้หญิงต้องอยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือน เป็นแม่ศรีเรือนที่ดี ฉะนั้นจึงทำให้เข้าใจว่า ทหารคู่กับผู้ชาย
เมื่อโตขึ้นทํศนคติก็เปลี่ยนไป ยิ่งพอช่วงหลังนี้ได้มีโอกาสเข้าเว็บไซต์เกี่ยวกับทหารแทบทุกครั้งที่เปิดอินเตอร์เน็ต พอลองเปิดเข้าไปอ่านดูในเว็บบอร์ด พบว่ามีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่โพสต์เข้ามาแสดงตัวว่าอยากเป็นทหารหญิง มาพร้อมกับคำถามที่ว่า ถ้าอยากเป็นทหารควรทำอย่างไร ผู้หญิงบางกลุ่มอยากเป็นทหาร เพราะได้สวมใส่เครื่องแบบ มียศ มองว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ แต่ผู้หญิงหลายๆคน อยากเป็นทหารเพราะต้องการรับใช้ชาติ เห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกภูมิใจกับผู้หญิงจริงๆ แต่ผู้หญิงไม่ได้มีโอกาสเข้าโรงเรียนนายร้อย หรือฝึกทหารอย่างประเทศอื่น ทุกวันนี้ยังคงอยู่กับคำถามที่ว่า เหตุใดผู้หญิงจึงไม่ได้รับโอกาสให้เรียนหรือฝึกเพื่อเป็นทหารเต็มตัวอย่างประเทศอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย ฯลฯ เป็นเพราะประเทศเราไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ผู้หญิง เรื่องหลักสูตรการฝึกไม่เหมาะสมกับผู้หญิง หรือเกี่ยวกับสิทธิความเท่าเทียม ในประเทศอื่นผู้หญิงจึงได้เรียนเหมือนผู้ชาย?..
ความจริงผู้หญิงก็มีส่วนป้องกันแผ่นดินเรามาตั้งแต่โบราณ เราจะเห็นว่าในยามที่ประเทศตกอยู่ในอันตราย ผู้หญิงก็ออกมาช่วยชาติบ้านเมืองทำศึกกับศัตรู เช่น สมเด็จพระสุริโยทัย ท้าวเทพกษัตรี ท้าวศรีสุนทร ท้าวสุรนารี และหญิงชาวบ้านบางระจัน
รู้หรือไม่ ว่าผู้หญิงก็เคยมีโอกาสได้เรียนนายร้อยด้วยเมื่อปี พ.ศ.2486 โรงเรียนนายร้อยทหารบก (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ในปัจจุบัน) เปิดรับนักเรียนนายร้อยหญิงรุ่นแรกและรุ่นเดียว จำนวน 28 คน เพราะช่วงนั้นเกิสงคราม ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2484 ช่วงที่เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ซึ่งช่วงสงครามมีความจำเป็นต้องขยายกำลังทหารให้เพียงพอกับความต้องการของกองทัพ นายกรัฐมนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม มีความเห็นว่า คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ต้องมีส่วนร่วมในการปกป้องชาติ ซึ่งตอนนั้นทหารบกมีความขาดแคลน จึงได้จัดตั้งกองทหารหญิงขึ้น เปิดรับสมัครกองอาสาสมัครทหารหญิง เมื่อปี พ.ศ.2486 กระทรวงกลาโหมได้กำหนดอัตราหน่วยทหารหญิงขึ้นหนึ่งกรม โดยใช้ชื่อว่า กรมทหารหญิงสุริโยทัย สุดท้ายในปี พ.ศ.2487 หน่วยทหารหญิงถูกยุบลง สืบเนื่องจากวิกฤตการณ์ทางการเมือง คณะรัฐบาลชุดจอมพล ป.พิบูลสงคราม ต้องลาออก ทำให้นโยบายทางการทหารเปลี่ยนแปลงไปด้วย นายทหารหญิงถูกปลดเป็นนายทหารพ้นราชการ สังกัดกองทัพบกเพื่อโอนบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนประเภทสามัญ
ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะไม่มีสิทธิได้เรียนโรงเรียนนายร้อย เพราะคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครเข้าโรงเรียนนายร้อยทั้งสี่เหล่านั้น (ตำรวจ, ทหารบก, ทหารอากาศ, ทหารเรือ) ระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องเป็นเพศชายเท่านั้น เพราะฉะนั้นผู้หญิงก็หมดสิทธิเข้าเรียนเตรียมทหารเพื่อเรียนต่อโรงเรียนนายร้อย แต่ผู้หญิงก็มีสิทธิ มีโอกาสหลายช่องทางที่จะสามารถเข้ารับราชการทหารและได้ยศ เมือปี พ.ศ.2496 พลโทสุทธิ์ สุทธิสารรณกร เสนาธิการทหารบก พิจารณาเห็นว่า กองทัพบก ได้บรรจุผู้หญิงเข้ารับราชการในกองทัพเป็นจำนวนไม่น้อย สมควรให้มีการแต่งตั้งยศทหาร แก่ข้าราชการหญิงอีกครั้ง โดยให้ใช้วิธีรับสมัครจากบุคคลพลเรือนบรรจุในอัตรทหาร ให้มีการฝึกวิชาทหารพอสมควร แล้วปรับยศให้เป็นนายทหารสัญญาบัตร และนายทหารประทวนตามคุณวุฒิการศึกษา
สำหรับผู้หญิงที่อยากเข้ารับราชการทหาร ยังมีตำแหน่งในสาขาต่างๆ ที่ทางหน่วยงานทหารต้องการ เพียงแต่ให้คอยดูประกาศรับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นข้าราชการทหาร เช่น เรียนจบปรญญาตรี สาขาการบัญชี ก็สามารถทำงานอยู่กรมการเงิน จบนิติศาสตร์สามารถสอบบรรจุเป็นทหารพระธรรมนูญ หรือจบนิเทศก็สอบเข้าบรรจุเป็นประชาสัมพันธ์ แผนกสารนิเทศก็ได้ หรือส่วนผู้ที่จบ ม.6 สายวิทย์-คณิต สามารถไปสมัครสอบวิทยาลัยพยาบาลทั้ง4เหล่าได้ คือ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ และวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ ถ้าต้องการเป็นแพทย์ ก็สอบเข้าวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฏเกล้า วิทยาลัยที่ผลิตแพทย์เพื่อกองทัพแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทย แต่มีข้อแม้ว่าต้องสมัครสอบตรง และในแต่ละปีรับผู้หญิงจำกัดแค่ 20-25 คนเท่านั้น ถ้าเรียนสายศิลป์ ก็สามารถเป็นทหารได้ ด้วยการจบระดับปริญญาแล้วอาจมาเป็นอาจารย์สอนภาษาตามโรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนต่องๆ เช่น โรงเรียนนายร้อยทั้งสี่เหล่า โรงเรียนจ่าอากาศ โรงเรียนนายสิบ หรือตามศูนย์ภาษาของแต่ละเหล่าทัพก็ได้
ทหารหญิงใช้ระเบียบเดียวกับทหารชายทุกประการ ยกเว้นเพียงทหารหญิงห้ามบรรจุลงในเหล่ารบที่ต้องฝึกหนัก หากต้องการเป็นทหารหญิง มีเปิดรับในหลายสาขา ถ้าอยากทำอาชีพอะไรแล้วค่อยตามข่าวเอาว่ามีสายอาชีพนั้นในทางทหารหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีสาขาที่หน่วยงานทหารเปิดรับทั้งนั้น...
เคลียร์แล้วนะครับ มีคำถามอื่นๆเกี่ยวกับโรงเรียนนายร้อยทั้งสี่เหล่าก็ถามๆกันมาได้นะครับ
อากิก็เกือบได้เป็นอ่ะ
#1 By Psycho Girl on 2006-11-21 03:55